ขงจื๊อกล่าวว่า "ประโยชน์แห่งนิติธรรมเนียนนั้น ให้ถือหลักแห่งการฮั้ว(สนามฉันท์) เป็นสำคัญ" (จากวาทวิจารณ์ขงจื้อ หนวด ๑) โดยนับแต่ขงจื้อแป็นต้นมา ชาวจีนก็ได้ให้ความหมายของคำว่า ”和”หรือ“ อั้ว”(ทีอ่านแป็นเสียงแต้จี๋ว)ในความหมายที่ดีเลิศประเสริฐสุด แล้วคำว่า “和谐”ทีหมายถึงสมานฉันท์กลมกลืนก็ได้กลายเป็นวัฒนธรรมอันดีงามประจำชนชาติจีน ในปัจจุบัน “การสร้างสังคมแห่งความสมานฉันท์ในระบบสังคมนิยม ” ยังถือแป็นหนึงในห้าแห่งการปฎิบัติเพื่อยกระดับการบริหารประเทศโดยทั่วหน้าอย่างมมีประสิทธิภาพสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย
มีคนวิเคราะห์ตัวอักษรด้วยวิธีแยกส่วนประกอบว่า คำว่า “和 ” ประกอบด้วยคำว่า “ต้นข้าว ” และ “ปาก ”หมายความว่า “ทุกๆคนมีอันจะกิน ” ส่วนคำว่า“ 谐”ประกอบด้วยคำว่า “พูด ”และ “ทั้งหลาย ”หมายความว่า “ท่านทั่งหลายล้วนมีสิทธิ์พูด ”ชึ่งเป็นการอธิบายที่ช่างสร้างสรรค์เหลือเกิน แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่คนเราใฝ่ฝันและพยายามแสวงหาอยู่นั้น ก็คือสภาพสังคมสมานฉันท์นั่นเอง
ใน“โจงยง ”หรือ “คำภีร์แห่งทางสายกลาง ” กล่าวไว้ว่า “ก่อนการปรากฎแห่งอารมณ์อันได้แก่ปิติยินดี โมโหโทโส โศกเศร้าและสุขสบายนั้น เรียกว่าโจง( แปลว่าธรรมชาติแห่งชีวิต) เมื่อปรากฎได้อย่างเหมาะสมถูกกาลเทศะ เรียกว่า เหอ(แปลว่าสมานฉันท์กลมกลืน) โจงคือฐานสำคัญของฟ้าดีน เหอ คือหลักการชึ่งทุกชีวิตพึงปฎิบัติ เมื่อสามารถปฎิบัติจนบรรลุถึงขึ้นสมัครสมานกลมกลืนกับธรรมชาติเป็นอย่างดีแล้ว ฟ้าและดีนก็ตจะต่างอยู่ในตำแหน่งของตน สรรพสิ่งก็จะเจริญเติบโตตามธรรมชาติ” การให้อารมณ์ทั้งสี่ดังกล่าวปรากฎให้เข้ากับ สิ่งแวดล้อมอย่างลงตัวนั้น ถือว่าเป็นการให้คาวมเคารพต่อกฎแห่งชีวิตทั้งปวง ทั้งยังเป็นการให้คาวมเคารพต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและทางสังคมด้วย
คำผสมที่ประกอบด้วยคำว่า “เหอ ” มีจำนวนมากเพื่อแสดงความหมายที่ดีและในทางด้านบวก เช่น สันติปรอนดองมีความสุข สนิทสนมกลมเกลียว ท่าทีอ่อนโยนสุขภาพอ่อนโยน เมตตาและอ่อนโยง เหมาะสมได้สัดส่วนและความอบอุ่น เป็นต้น
“和 ”ในภาษาแต้จิ๋วอ่านว่า “ฮั้ว ”โดยไม่ทราบว่ามีการใช้เป็นคำยืนในภาษาไทยตั้งแต่เมื่อไหร ในพจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้เก็บคำว่า“ฮั้ว ”ไว้และให้คำนิยาม ดังนี้
ในเวบไชต์ภาษาไทย มีการสาธยายคำว่า ฮั้ว ไว้ว่าการฮั้วคือ การทำข้อตกลงในทางลับระหว่างบริษัทตั้งแต่สองบริษัทขึ้นไป ที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันหรือมีความเกี่ยวข้องกัน เพื่อให้ทั้งสองบริษัทได้ประโยชน์มากกว่าบริษัทอื่น ๆ หรือมากกว่าที่ครวจะได้รับ การอั้วกันเกิดขึ้นในธุรกิจทุกระบบไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และอาจจะถูกต้องตามกฎหมายในประเทศแต่ละประเทศ
(จากwww.ismed.or.th/SME/sre/.../11811978544667a61ecf28c.pdf)
ซึ่งเป็นการนำคำว่า “ฮั้ว ”มาใช้ในความหมาย“สมรู้ร่วมคิด”เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง ปัจจุบัน เมื่อมีการพูดถึงคำว่า“ฮั้ว ”คนไทยมักคิดไปว่านั่นหมายถึงการสมรู้ร่วมคิดแบบหนึ่งอันมีที่มาจากพ่อค้าชาวจีน เป็นการนำมาชึ่งโอกาสสมคบระหว่างพ่อค้ากับข้ารชการด้วยเหตูนี้ เราจึงดำริว่าจำเป็นต้องให้คนไทยเข้าใจความหมายของคำว่า “ฮั้ว ”อย่างถูกต้อง และเพื่อให้เข้าใจว่าคำว่า“ฮั้ว ”ไม่เคยมีการใช้ความหมายในทางลบเช่นนี้เลยในภาษาจีน ทั้งในภาษจีนใช้บ่อย 3,500คำ ก็ไม่พบว่ามีคำใดคำหนึ่งมีความหมาย“พิสดาร ”เช่นนี้แต่อย่างไหร หากมองว่าคำว่า“ฮั้ว ”ชึ่งมีความหมายดีเลิศประเสริฐสุดในภาษาจีนนั้นได้ถูกนำมาใช้ในความหมายตรงกันข้ามในภาษาไทยก็อาจเป็นไปได้ แต่ยังต้องมีการศึกษาพิสูจน์ต่อไป
สำหรับชาวจีนต่างด้าวและคนไทยเชื้อสายจีนยังคงเข้าใจความหมายในทางบวกของคำว่า“ฮั้ว ”อย่างถูกต้อง มีการใช้ในคำว่า “和 ”โดยเขียนเป็น“ฮั้ว ”บ้าง“ฮั่ว”บ้าง ประกอบเป็นชื่อบริษัทหรือห้างที่ตนก่อตั้งขึ้น เช่น ห้างทองจีนฮั้วเฮง ห้างทองฮั้วเซงเฮง ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั้วเส็ง บริษัทอุตสาหกรรมเทียนฮั้ว ตงฮั้วโอสถ เป็นต้น
ความเจิงนั้น ความหมายดั้งเดิมของคำว่า“ฮั้ว ”สามารถเห็นได้จากชื่อพระที่นั่งสำคัญทั้ง๓องค์ในพระราชวังต้องห้ามได้อย่างประจักษ์ที่สุด อันได้แก่ พระที่นั่งมหาสมานฉันท์ พระที่นั่งมัชฌิมาสมานฉันท์ และพระที่นั่งพิทักษ์สมานฉันท์ โดยเฉพาะ “ พระที่นั่งมัชฌิมาสมานฉันท์ ”มีที่มาจากคัมภีร์แห่งทางสายกลางอย่างชัดเจน ซึ่งแฝงด้วยความหมายกระตือรือร้นและความปรารถนาที่ดีงาม
กล่าวถึง “พระที่นั่งมหาสมานฉันท์ ” ก่อน เป็นพระที่นั่งที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวังต้องห้าม ในสมัยราขวงศ์หมิง เรียกว่าพระที่นั่งเฟิ่งเทียน และพระที่นั่งหวงจี๋ มาถึงสมัยราชวงศ์ชิงจึงเปลี่ยนชื่อเป็นพระที่นั่งมหาสมานฉันท์ มีพื้นที่2,377ตารางเมตรจากพื้นดินถึงส่วนยอดของสันหลังคา สูงถึง 35.5เมตร ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง มีฮ้องเต้ประกาศพระราชโองการขึ้นครองราชย์ ณ พระที่นั่งแห่งนี้รวม24พระองค์ เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮา และเทศกาลใหม่ เทศกาลการมาถึงของฦดูหนาว การแต่งตั้งแม่ทัพออกรบ และประกาศรายชื่อผู้สอบได้เป็นบัณฑิตใหม่ ล้วนจัดพระราชพีธีขึ้นที่นี้ ทั้งยังเป็นสถานที่เข้าเฝ้า ถวายพระพรของเหล่าขูนนางทั้งฝ่ายปู๋นและฝ่ายบู๊ ด้วย
พระที่นั่งมัชฌิมาสมานฉันท์ ตั้งอยู่ระหว่างพระที่นั่งมหาสมานฉันท์ กับ พระที่นั่งพิทักษ์สมานฉันท์ มีไว้สำหรับเป็นที่ประทับพักผ่อนก่อนทรงพระราชดำเนิน ไปประกอบพระราชพิธีที่พระที่นั่งมหาสมานฉันท์ รวมทั้งเป็นสภานที่สำหรับการเข้าเฝ้าของเหล่าขุนนางผู้ปฏิบัติหน้าที่ ครั้งเมื่อฮ้องเต้ทรงเป็นประธานในพิธีบวงสรวงทุกครั้ง เช่น การไปบวงสรวง ณ มณฑลพิธีฐานฟ้า ฐานดิน จักต้องไปทรงพิจารณาคำบวงสรวง ณ พระที่นั่งมหาสมานฉันท์ก่อนหนึ่งวัน ก่อนทรงเป็นประธานในพิธีไถนา ณ มณฑลพิธีฐานบูรพาจารย์การเกษตร ยังต้องทรงพิจารณาตรวจสอบเมล็ดพันธ์พืชและเครื่องมือไถนา ณ พระที่นั่งแห่งนี้ ครั้นเมื่อบัญชีพระนามประจำพระราชตระกูลเรียบเรียนแล้วเสร็จ ก็ให้นำมาถวายเพื่อทรงพิจารณา ณ พระที่นั่ง ฯ รวมทั้งมีการจัดพิธีเก็บรักษาเป็นครั้งยิ่งใหญ่ด้วย
พระที่นั่งมัชฌิมาสมานฉันท์สร้างขึ้นเมื่อศักราชหย่งเล่อ ปีที่ 18 (ค.ศ.1420) แห่งราชวงศ์หมิงตอนต้น เรียกว่า “พระที่นั่งหัวไก้ ” มาประสบอัคคีภัยสมัยเจียเจิ้ง หลังจากบูรณะใหญ่แล้ว ก็เปลียนชื่อเป็น “พระที่นั่งโจงจี๋” ครัั้นศักราชซู่นจื้อปีที่๑แห่งราชวงศ์ชิงฮ่องเต้ซูนจื้อเข้ามาประทับในพระราชวังต้องห้าม ปีถัดมา ทรงเปลี่ยนชื่อจากพระที่นั่งโจงจี๋มาเป็นพระที่นั่งมัชฌิมาสมานฉันท์
พระที่นั่งพิทักษ์สมานฉันท์ ตั้งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งมัชฌิมาสมานฉันท์ สร้างแล้วเสร็จเมื่อศักราชหย่งเล่อ ปีที่ 18 (ค.ศ.1420) ตอนแรกมีชื่อว่า พระที่นั่งจิ่นเซิน ประสบอัคคีถัยสมัยเจียเจิ้ง หลังจากการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็นพระที่นั่งเจี้ยนจี๋ และเปลี่ยนชื่อเป็นพระที่นั่งพิทักษ์สมานฉันท์เมื่อศักราชู่นจื้อปีที่๒ แห่งราชวงศ์ชิงโดยมีความหมายว่า ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งความสมานฉันท์ในใต้หล้าผู้คนจึงมีวาสนา อายุยืนยาว มีความสงบสุข แผ่นดินใต้หล้าก็มีแต่ความสันติสุข
ที่กล่าวมานี้ คือความหมายดั้งเดิมของคำว่า “ฮั้ว ” ท่านที่ประสงค์จะเข้าใจความคิดทางวัฒนธรรมของจีนที่มีมาแต่โบราณ จึงต้องศึกษาความหมายของคำว่า “ฮั้ว ” โดยละเอียด
ข้อมูลนี้เขียนจากคูณโง่โหย่ว(悟有)
-ครูชอบบทความนี้มากที่สุดที่เคยให้นักศึกษาทำงานค้นคว้ามา
回复删除-ทีแรกมองผ่านๆนึกว่ามันไม่เกี่ยว นึกว่าเป็นเรื่องการสมยอมกันทางธุรกิจ แต่พออ่านถึงแนวคิดแบบConfuism ก็เลยอ่านมาเจอคำว่า เจิ้งเหอและแต้ฮัว ก็เลย เข้าใจ
-เป็นความรู้ใหม่ที่ครูสามารถต่อยอดกับการเมืองไทยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ขอบคุณมาก
-คำว่า สนามฉันท์ ที่ถูกคือ สมานฉันท์ นะคุณโต้
-ขอให้อ้างอิงแหล่งข้อมูลด้วยครับ